ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ ประกาศขอพักงานแสดงหวั่นเรื่องสุขภาพ

  ในการแสดงภาพยนตร์นั้น หากนักแสดงมากฝีมือและมีบทบาทที่เหมาะสมก็สามารถได้เล่นหนังหลายเรื่องติดต่อกันจนทำเงินมหาศาล แต่การแสดงย่อมมีผลเสียตามมากทั้งเรื่องของสุขภาพมากมาย เช่นเดียวกับนักแสดงชายมากฝีมือหุ่นล่ำบึก อย่าง ไมเคิลฟาสเบนเดอร์ ซึ่งตัวเขาเองก็ผ่านงานแสดงมากมาย

จากข่าวของ Hollywood Reporter ระบุว่านักแสดงชายอย่าง ไมเคิลฟาสเบนเดอร์ ผู้รับบทที่หลายคนจดจำได้อย่าง แม็กนีโต้ จาก X-Men ประกาศพักงานแสดงไว้ชั่วคราวเนื่องจากงานที่เข้ามาเยอะมากจนหวั่นเรื่องของสุขภาพ แม้ว่าจะเป็นนักแสดงมากฝีมือและด้วยความที่งานแสดงชุกชุมขนาดนี้ก็ย่อมต้องส่งผลให้เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ จนล่าสุดนักแสดงชายผู้นี้ ถึงกับต้องประกาศให้สื่อได้รู้ว่าตนเองจะขอพักงานก่อน และยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะกลับมาแสดงในช่วงไหน ซึ่งก่อนหน้านี้เค้าเผยต่อสื่อว่าสู้กับงาน เหนื่อยกับงานเพื่อตัวเองและครอบครัว เค้าใช้มันอย่างเต็มที่ซึ่งตลอดระยะเวลา ห้าปีนั้นเค้าทุมเทกับงานแสดงอย่างเต็มที่ ถ่ายทำเสร็จเรื่องหนึ่งไปต่ออีกเรื่องหนึ่ง นั้นทำให้ตัวเค้าเองแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย จนเค้าคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่ต้องพักบ้างเพื่อสุขภาพตัวเองด้วย

แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่านักแสดงผู้นี้จะกลับมาอีกตอนไหน แต่เค้าก็ฝากผลงานให้เราได้ชมมากมายซึ่งล่าสุกกับภาพยนตร์เรื่อง Assassin’s Creedและในปี 2017 เรายังได้ชมผลงานแสดงของเขา อาทิ Weightless, Alien: Covenant และ The Snowmanใครที่เป็นแฟนครับเฮียแก อดทนรอหน่อยนะเพราะเฮียยังไม่กลับมาเร็วๆนี้แน่นอน

เรียบเรียงโดย sbo777.com

Pacific Rim 2 เผยตัวอย่างแรกและเรื่องย่อ

สิ้นสุดการรอคอยแล้วสำหรับหนังไซ-ไฟฟอร์มยักษ์ที่เคยสร้างความมันส์สะใจมาแล้วอย่าง Pacific Rim ที่ออกฉายเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมาและมีข่าวว่าจะสร้างภาคต่อออกมาหลายครั้งแล้ว รวมถึงมีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องย่อต่างๆออกมามากมาย ล่าสุดทาง Universal และ Legendary ได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้วพร้อมกับเผยเรื่องย่อของเรื่องอีกด้วย โดยในภาคนี้ใช้ชื่อว่า Pacific Rim: Uprising มีชื่อไทยว่า แปซิฟิกริม : ปฏิวัติพลิกโลก โดยตัวหนังจะเล่าเรื่องราวอีก 10 ปีหลังจากภาคแรก โดยทางสตูดิโอก็ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาเรียกน้ำย่อยแฟนๆ ซึ่งตัวอย่างแรกก็มีฉากแอ็คชั่นต่างๆ ที่เรียกว่าจัดเต็มจัดหนัก รวมถึงยังเผยนักแสดงใหม่ของเรื่องอีกด้วย

Pacific Rim: Uprising บอกเล่าในอีก 10 ปีต่อมาโลกอยู่ในความสงบหลังจากประตูมิติถูกทำลาย และโลกต่อเผชิญหน้ากับเหล่าไคจูยักษ์จากนอกโลกอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้พวกมันใหญ่กว่าเดิมและโหดกว่าเดิม โดยหนังจะเจาะไปที่ เจค เพนเทคอสต์ ลูกชายของ สแตกเกอร์ เพนเทคอสต์ วีรบุรุษที่สละชีพเพื่อช่วยผู้คนในภาคแรก ซึ่งเขาจะสานต่อภารกิจพิทักษ์ต่อจากพ่อโดยเขาได้รับการฝึกฝนและช่วยเหลือจาก มาโกะ โมริ พี่สาว ตลอด 10 ปีเพื่อเป็นผู้นำเหล่าสมาชิกใหม่ในการขับเยเกอร์เพื่อพิทักษ์โลกจากเหล่าไคจูที่กลับมาเพื่อทำลายเผ่าพันธุ์ให้สูญสิ้น

Pacific Rim: Uprising ได้ สตีเว่น เอส. เดไนท์ กำกับ และ กิลเลอร์โม เดล โตโร นั่งตำแหน่งโปรดิวเซอร์ และยังได้นักแสดงใหม่เช่น จอห์น โบเยก้า จาก Star Wars 7, จิง เถียน, เลวี่ มีเดน, คาร์ล เออร์บัน โดยหนังมีคิวฉายในไทย 22 มีนาคม 2018

Lucasfilm ส่งตัวอย่างสุดท้าย Star Wars: The Last Jedi พร้อมฉายธันวาคม 2017

เป็นหนังอีกเรื่องที่หลายๆคนรอคอย ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้ชมหนังภาคแยกไปแล้ว และถึงคราวที่หนังภาคต่อสุดยิ่งใหญ่กลับมาอีกครั้งอย่าง Star Wars: The Last Jedi ภาพยนตร์ภาคที่ 8 ของชุด Star Wars โดยทาง Lucasfilm ต้นสังกัดผู้สร้างก็ได้ส่งตัวอย่างล่าสุดออกมาให้สาวกได้ชมกันแล้ว ซึ่งในตัวอย่างหนังก็เผยให้เห็นฉากใหม่ในหนังมากขึ้นและเห็นฉากสำคัญของเรื่องที่แฟนๆจะได้เห็นเจไดคนใหม่ ทว่าข่าวก่อนหน้านี้มีการพูดถึงของแฟนๆว่า ตัวละครเรย์ คือเจไดคนสุดท้ายจริงๆหรือ

Star Wars: The Last Jedi เป็นเรื่องราวต่อจาก The Force Awakens ที่ออกฉายในปี 2015 โดยเรย์ได้พบกับ ลุค สกายวอร์คเกอร์ และได้ฝึกฝนการเป็นเจได แต่ทว่าพลังของเรย์นั้นมีบางอย่างที่น่ากลัวแฝงอยู่ ซึ่งเป็นพลังานที่ลุคเคยพบเจอมาแล้ว ขณะเดียวสงครามระหว่างกาแล็คซี่ กำลังอุบัติขึ้นอีกครั้ง โดยผู้นำกองทัพภาคีโดย เจ้าหญิงเลอา และ กองทัพสโนคผู้ชั่วร้าย ซึ่งเธอเองพยายามดึง ไค โลเรน ลูกชายให้กลับมาสู่ด้านสว่างและพบกับพี่ชาย ลุค สกายวอร์คเกอร์ อีกครั้ง

นอกจากในตัวอย่างแฟนๆจะได้ชมฉากใหม่แล้ว ยังมีการเปิดเผยตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามาอีกด้วย โดยใน Star Wars: The Last Jedi ยังคงได้นักแสดงจากภาคก่อนกลับมาอย่าง มาร์ค ฮามิลล์ และ แครี่ ฟิชเชอร์ แสดงนำ ร่วมด้วย เดซี่ ริดลีย์, อดัม ไดรเวอร์, จอห์น โบเยก้า, ออสการ์ ไอแซ็ค, ลูปิต้า นียองโง, ดอมเนลล์ กลีสัน, แอนโธนี แดเนียลส์, เกว็นโดลิน คริสตี้ และ แอนดี้ เซอร์คิส เขียนบทและกำกับโดย ไรอัน จอห์นสัน โดยหนังมีคิวฉาย 14 ธันวาคม 2017

ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ กับ ทอม ครูซ

ดารานักแสดงฮอลลีวู้ดสักกี่คนที่เขายอมทุกอย่างทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจที่สุดของการแสดงเป็นอย่างมากเขาแสดงภาพยนตร์ระดับฮอลลี่วู้ดมาอย่างโชกโชน โดยเขาเป็นนักแสดงที่เป็นไอดอลของใครหลายคนในทั่วโลกรวมไปถึงแอดมินด้วยที่ชื่นชมและชื่นชอบนักแสดงท่านนี้เป็นอย่างมาก เขาคือ ทอม ครูซ ดาราระดับฮอลลี่วู๊ดที่การันตีผลงานทางการแสดงที่ยอดเยี่ยม โดยเขาใช้เวลาในการเรียนการแสดงอย่างหนักพร้อมที่จะออกหน้าจอภาพยนตร์อย่างเต็มตัว โดยได้พบกับ พอลลา วากเนอร์ เป็นผู้ที่นำพา ทอม ครูซ เข้าสู่งานการแสดงทางภาพยนตร์ แน่นอนว่าเขาได้รับเล่นเรื่อง Endless Love ต่อมาก็มีงานแสดงอยู่มาหลายเรื่องเลยทีเดียว ภาพยนตร์ที่ทอม ครูซ ที่มาแจ้งเกิดเต็มตัวในเรื่อง ท็อปกัน ฟ้าเหนือฟ้า ที่ทำให้คนทั่วโลกที่ติดตามผลงานภาพยนตร์ได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ภาพยนตร์ในแนวสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับอาชญากรรมอย่าง MINORITY REPORT หน่วยสกัดอาชญากรรม ล่าอนาคต ที่ต้องบอกเลยว่าใครได้เห็น ทอม ครูซ เล่นแล้วละก็ ก็ต้องบอกเลยว่าเขายอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว และยอดเยี่ยมยิ่งกว่านั้น กับภาพยนตร์ที่ทุกคนได้เห็นถึงความสามารถของ ทอม ครูซ มากที่สุดคือ ภาพยนตร์ มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล ในบท ฮีธาน ฮันต์ สายลับหน่วย IMF ที่เขามีความเก่งกาจไปทุกเรื่องเลยจริงๆ ที่ทำให้คนไทยนั้นชื่นชมและชื่นชอบกับดารานักแสดงท่านนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว หนังเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายคนเลยทีเดียวทางด้านการแสดง โดยหนังเรื่อง มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล มีทั้งหมด 5 ภาคเข้าไปแล้ว

หนุ่มกัปตันอเมริกัน คริส อีแวนส์ สะดุดรักในกองถ่าย

มีข่าวดีอีกคู่ คริส อีแวนส์ กำลังคบหากับ เจนนรี สเลต ก่อนอื่นต้องของแสดงความยินดีกันทั้งคู่และคนที่เชียร์คู่นี้อยู่ละของแสดงความเสียใจกับสาวไทยอีกหลายๆคน หลังพระเองหนุ่มพ่อกัปตันอเมริกากล้ามโตปิ๊งรักเข้าเต็มเปากับสาวเจนนี สเลตในกองถ่ายภาพยนตร์ เรื่อง Giften โดยวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์นิวยอร์กเดลี่นิวส์ เปิดเผยข่าวทำร้ายจิตใจเก้งกวางบ่างชะนี ด้วยการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า พ่อกัปตันอเมริกาแห่งดิอเวนเจอร์ส หรือ คริส อีแวนส์ ขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วโลก กำลังคบหาดูใจกับ เจนนี สเลต ทั้งคริสและเจนนี ต่างก็มีอายุ 34 ปีเท่ากันพอดิบพอดี โดยทั้งคู่พบกันครั้งแรกในกองถ่ายภาพยนตร์แนวดราม่าเรื่อง Gifted และเป็นเวลาประจวบเหมาะพอดิบพอดีทีเดียว เพราะสาวเจนนีเพิ่งหย่าร้างกับสามีเก่า ดีน เฟลชเชอร์ แคมป์ มาหมาด ๆ   ทั้งนี้ เจนนีให้สัมภาษณ์ว่า ในตอนแรกเธอรู้สึกกลัวที่จะลองเดทกับคริส อีแวนส์ เพราะเขาเป็นคนตัวใหญ่ กล้ามโต แถมยังมีดีกรีเป็นถึงกัปตันอเมริกา แต่เมื่อได้ลองพูดคุยกันในคืนแรกของการเดท เธอกลับพบว่าเขาเป็นคนมีเสน่ห์ และเธอคิดว่าสามารถสนุกสนานไปกับเขาได้ถึง 90 ชั่วโมงโดยไม่เบื่อเลย      ในขณะที่หนุ่มคริสให้สัมภาษณ์ว่า เขาและเจนนีรู้จักกันเพียงไม่กี่เดือนก่อนตัดสินใจคบหากัน ส่วนความคิดที่พาทั้งคู่มาลงเอยกันได้ พ่อหนุ่มกัปตันอเมริกาบอกว่า น่าจะเป็นเพราะพวกเขาชอบสัตว์ชนิดเดียวกันนั่นเอง อย่างไรก็ดีแหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าสัตว์ชนิดนี้คืออะไร

ลือ เจนนิเฟอร์ ท้องกับเบน แอฟเฟล็คทั้งที่ทั้งคู่แยกทาง

เป็นข่าวเล่ามาที่ฟังแล้วทั้งช็อกทั้งเซอร์ไพรส์จริง ๆ เมื่อเว็บไซต์เรดาร์ออนไลน์ แหล่งกอสซิปดาราเมืองนอก เผยข่าวอ้างที่มาจากเพื่อนใกล้ชิดนักแสดงดังในรายงานเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 ระบุว่า ตอนนี้ เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ วัย 44 ปี กำลังตั้งท้องเบบี๋คนที่ 4 กับ เบน แอฟเฟล็ค สามีวัย 43 งานนี้ทำคนอ่านคิ้วขมวดกันเป็นแถว เพราะยังจำได้แม่นยำถึงความช็อกอ้าปากค้าง ตอนทั้งคู่ออกมาประกาศแยกทางกันเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ทำเอาภาพครอบครัวอบอุ่นที่มีโซ่ทองคล้องใจถึง 3 คน คือสาวน้อยไวโอเล็ต 10 ขวบ, เซราฟินา 7 ขวบ และซามูเอล 4 ขวบ พังทลายลงในพริบตา แต่แล้วเลิกกันไปได้ร่วมปี จู่ ๆ ดันมีข่าวมีลูกด้วยกันอีก งานนี้ใคร ๆ ก็งง   กระแสข่าวเก่าเผยว่า เจนนิเฟอร์รักเบนมาก แต่ก็เหนื่อยหน่ายกับนิสัยชอบดื่มและติดพนันของสามีเช่นกัน จนเมื่อมีข่าวว่าเบนแอบกิ๊กกับพี่เลี้ยง ฟางเส้นสุดท้ายของเธอก็ขาดลง จนลงเอยที่การแยกทาง เพื่อนผู้ให้ข่าวเผยว่า แม้จะประกาศชัดว่าแยกทางกัน แต่ในความเป็นจริงเจนกับเบนไม่เคยจรดปากกาเซ็นใบหย่า อีกทั้งเจนก็ยังห่วงหาฝ่ายสามีอยู่มาก และทั้งคู่ก็ยังพยายามทำหน้าที่พ่อแม่อย่างดีที่สุดเสมอมา เห็นได้จากครอบครัวจะอยู่กันพร้อมหน้าเสมอในวันสำคัญของลูก ๆ  และเมื่อไม่นานมานี้ ก็เพิ่งยกครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ปารีส ซึ่งมีปาปารัซซีแอบแชะภาพทั้งสองจุมพิตกันที่บาร์ของโรงแรมเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมได้ด้วย และภาพจากทริปดังกล่าวยังทำให้คนคาดเดากันไปว่า ที่เห็นเจนใส่เสื้อตัวหลวม ๆ ใหญ่ ๆ ก็เพื่อพรางท้องไว้นั่นเอง

 

โรวัน แอตคินสัน เหยื่อข่าวลวง

โรวัน แอตคินสัน Rowan Atkinson หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ มิสเตอร์บีน ตกเป็นเหยื่อข่าวลวงอีกครั้ง หลังถูกแชร์อ้างว่าฆ่าตัวตายแล้วจนตอนนี้ได้มีข่าวที่เชื่อถือได้ออกมายืนยันแล้ว โรวัน แอตคินสัน ยังไม่ตาย    เกิดเป็นกระแสข่าวลวงที่สร้างความตกใจให้แฟน ๆ มาหลายต่อหลายครั้ง สำหรับข่าวการเสียชีวิตของ โรวัน แอตคินสัน นักแสดงคนดังเจ้าของบท มิสเตอร์บีน จนทำให้เจ้าตัวต้องออกมาแก้ข่าว ยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่แล้วสบายดีทุกประการ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ากระแสข่าวในทำนองนี้จะเกิดขึ้นอีกแล้ว เมื่อโลกออนไลน์ต่างพากันแชร์ต่อภาพไว้อาลัยให้แก่เขาอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2559 เว็บไซต์ inquisitr.com เผยว่า ในช่วงไม่กี่วันนี้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างแชร์ข่าวการเสียชีวิตของ โรวัน แอตคินสัน กันอีกรอบ โดยหนนี้อ้างว่าเขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย พร้อมทำภาพปลอมหลอกในผู้คนคิดว่าข่าวดังกล่าวถูกนำเสนอจากบีบีซี และมีข่าวอัพเดทจากฟ็อกซ์นิวส์  แม้ว่าคนสร้างข่าวจะทำภาพไม่เนียน เพราะอ้างว่านักแสดงคนดังเกิดในปี 1995 ซึ่งจะทำให้เขามีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น ทั้งที่อายุจริง ๆ ของเขาคือ 61 ปี แถมในเนื้อข่าวยังอ้างว่าเขาเสียชีวิตตอนอายุ 58 ปีอีกด้วย แต่ก็ยังคงมีคนหลงเชื่ออยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม โรวัน แอตคินสัน ยังคงสบายดีแม้จะตกเป็นเหยื่อข่าวลวงทำนองนี้มาหลายรอบ และก็หวังว่าแฟน ๆ จะเช็คข่าวให้มั่นใจกันก่อนแชร์อีกรอบด้วย

แฉ จอห์นนี เดปป์ ใช้เงินมือเติบ

จอห์นนี เดปป์ กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้งสำหรับนักแสดงคนดังอย่าง จอห์นนี เดปป์ Johnny Deppที่เพิ่งจะออกมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย 8.7 ร้อยล้านบาท จากบริษัท The Management Group (TMG) ซึ่งเคยทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเงินให้แก่เขา โดยอ้างว่าทางบริษัททำหน้าที่บกพร่องหลายอย่าง ทั้งยื่นภาษีให้เขาไม่ตรงเวลาจนทำให้โดนปรับเงิน ไหนจะมีปัญหาเรื่องการทำงานอย่างไม่โปร่งใสต่าง ๆ อีกเว็บไซต์ people.com ได้รายงานความคืบหน้า เมื่อทาง TMG ได้ออกมาแฉกลับ อ้างว่าวิกฤตด้านการเงินที่ จอห์นนี เดปป์ กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้เกิดจากนิสัยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายของเขาเองทั้งสิ้น ไม่ได้เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของทางบริษัทแต่อย่างใด โดยเขามักจะมีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากเกือบ 70 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายที่เกินตัว โดย TMG อ้างว่า ทางบริษัทต้องขอให้เขาจ่ายเงินอีกกว่า 19 ล้านบาท เพื่อชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต ที่ผ่านมาทางบริษัทมักจะเตือนเดปป์ให้เพลา ๆ นิสัยใช้เงินเกินตัวมาตลอด ให้ระวังสถานการณ์การเงินอันล่อแหลมของตัวเอง ให้ขายทรัพย์สินบ้าง รวมถึงเตือนให้เขาทำสัญญาก่อนแต่งงานกับ แอมเบอร์ เฮิร์ท ที่ตอนนี้เลิกรากันไปแล้วด้วย แต่เดปป์ก็ไม่เคยฟัง ยืนยันว่าจะแต่งงานโดยไม่ทำสัญญาก่อนแต่งใด ๆ และจะขอทำงานให้หนักขึ้นเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายสิ่งใดก็ตามที่เขาอยากซื้อ  ในขณะที่เดปป์ได้บอกศาลให้ออกคำสั่งห้าม TMG จากการเข้ามายุ่งกับทรัพย์สินของเขา ทางบริษัทได้ยืนยันว่า ตัวของเดปป์เองคือบุคคลเดียวที่ควรรับผิดชอบต่อการใช้จ่ายเงินมือเติบของเขา ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้แล้ว เพื่อปกป้องนักแสดงคนดังจากตัวของเขาเอง

แบรต-โจลี่ สงบศึกเพื่อครอบครัว

แองเจลเรน่า โจลี่ และ แบรตพีต คู่รักที่ใครต่างๆก็อิจฉาในความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน พร้อมกับลูกๆของพวกเขา แต่ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งความรักของทั้งคู่ต้องพังทลายลงนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อผลประโยชน์ต่างๆ ล่าสุดทั้งคู่ได้จับมือสงบศึกกันหลังจากตกลงกันด้วยดีในการ หย่าร้าง พร้อมกับเคลียร์ปัญหาทุกอย่าง ย้ำตอนนี้ทั้งคู่ทำเพื่อลูกๆ

สำนักข่าวต่างปะเทศอย่าง People เผยว่า อดีตคู่รักฮอลลีวู้ดชื่อดัง แบรตพิตต์ และ แองเจลเรน่า โจลี่ ได้ออกมาเปิดใจผ่านทางที่ปรึกษาของพวกเขา ซึ่งได้เจรจาและลงนามข้อตกลงเพื่อรักษาสิทธิส่วนบุคคลและลูกๆ ด้วยการเก็บเอกสารการหย่าและเอกสารสำคัญไว้เป็นความลับให้มากที่สุด เผยว่าอยากทำเพื่อครอบครัว เพื่อลูกๆของทั้งสอง

สำหรับนักแสดงทั้งสองคน แบรต และ โจลี่ พวกเขาคบหากันมานานกว่า 10 ปี จากการแสดงภาพยนตร์ร่วมกันในเรื่อง Mr. and Mrs.Smithในปี 2004 ซึ่งความรัก ความสัมพันธ์ ของทั้งคู่ทำให้แฟนๆต่างๆอิจฉาในความรักของพวกเขา การครองคู่อยู่กินในฐานะสามีภริยา มีลูกๆ เป็นโซ่ทองคล้องใจถึง 6 คน ก่อนจะตัดสินใจจูงมือเข้าพิธีวิวาห์จดทะเบียนสมรสแบบส่วนตัว เมื่อ 2 ปีก่อน แม้ว่าเบื้องหน้าทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ แต่ใครรู้ว่าเบื้องหลังนั้นความรักเริ่มแตกร้าว นำไปสู่การหย่าที่ใครก็คาดไม่ถึง โดยแหล่งข่าวคนใกล้ชิดของ โจลี่ ระบุว่า ทั้งสองคนเริ่มทะเลาะกันและมีปัญหาการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน โดย แบรต จะเลี้ยงลูกแบบเข้มงวด ในขณะที่โจลี่เอง เลี้ยงลูกแบบประณีประนอม ความไม่เข้าใจกันจึงเป็นเหตุให้มีการหย่าร้างในที่สุด

 

นาตาลี พอร์ตแมน นำทีม JACKIE เข้าชิง 3รางวัลออสการ์

    ช่วงชีวิตการแสดงของนักแสดงหญิงมากฝีมือ ที่เคยฝากผลงานการแสดงมากมายอย่าง นาตาลี พอร์ตแมน ล่าสุดเธอได้แสดงฝีมือการรับบทเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของภาพยนตร์ชีวิต-ประวัติศาสตร์ ที่ทุกคนบนโลกไม่มีวันลืมอย่าง Jackie ภาพยนตร์ที่ดึงความสามารถของ พอร์ตแมน ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ภาพยนตร์ได้รับคำวิจารณ์ต่างๆ ส่วนมากชื่นชมในการแสดงของ พอร์ตแมน ที่สามารถดึงศักยภาพการแสดงของเธอได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 3 รางวัลด้วยกัน

ภาพยนตร์เรื่อง JACKIE ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขา นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม นาตาลี พอร์ตแมน (BEST ACTRESS) ออกแบบเครื่องแต่งกาย  (COSTUME DESIGN) โดย มาเดอเลน โอแตล โดยทางผู้กำกับ ปาโบลลาร์เลน เผยว่า เราต้องการความสมจริงในการนำเสนอภาพยนตร์ให้ออกมาเสมือนพาผู้ชมเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น เขาหยุดดูคลิปของแจ็คเกอลีน เคนเนดี้ พาทัวร์ทำเนียบขาวไม่ได้เลย เขาดูซ้ำไปมาหลายๆรอบ มันเป็นคลิปที่บ่งบอกถึงตัวเองได้อย่างชัดเจน

สำหรับนักแสดงสาว กล่าวถึงผู้กำกับว่า การจะสร้างหนังชีวประวัติเรื่องหนึ่งขึ้นมามันต้องใช้ข้อมูลวงในและความรู้เบื้องลึกทางประวัติศาสตร์มาประกอบ ว่าเรื่องราวในท้ายที่สุดก็เปรียบเสมือนกับเรื่องเล่าถือเป็นความชาญฉลาดและค่อนข้างสตรีนิยมทีเดียวที่เธอลุกขึ้นมาแล้วบอกว่า “ฉันนี่แหละคือผู้สร้างตำนานของตัวเอง ไม่ใช่ใครคนอื่น” มันเป็นสิ่งที่ทุกวันนี้ใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น นี่คือหนังที่สะท้อนถึงสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ซึ่งเราต้องลุ้นกันว่าภาพยนตร์เรื่องจะสามารถคว้ารางวัลมาได้ถึง 3 รางวัลหรือไม่